ความเข้าใจต้นทุนคงที่ช่วยให้ธุรกิจรู้ว่าต้องมีรายได้ขั้นต่ำเท่าไหร่ในแต่ละเดือนเพื่อให้ “ไม่ทำให้ตัวเอง” หรือหากพูดในภาษาธุรกิจก็คือการคำนวณ break-even point
This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
ต้นทุนคงที่และต้นทุนผันแปร: ความแตกต่างที่ผู้บริหารต้องเข้าใจเพื่อการเติบโตของธุรกิจ
ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จแต่ละแห่งล้วนมีความเข้าใจลึกซึ้งเกี่ยวกับ fixed cost and variable cost ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าเล็กๆ หรือบริษัทข้ามชาติ การรู้จักต้นทุนคงที่และต้นทุนผันแปรเป็นสิ่งที่แยกความแตกต่างระหว่างผู้บริหารที่ยิ่งใหญ่และผู้ที่พบปัญหาการเงิน บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจหลักการดังกล่าวอย่างแนวใหม่ เพื่อให้คุณสามารถนำไปใช้ในการตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาด
ต้นทุนคงที่ (Fixed Cost): ภาระที่ต้องจ่ายแม่ว่าผลิตหรือไม่ก็ตาม
ลองนึกภาพว่าคุณเป็นเจ้าของโรงแรม วันที่มีลูกค้ามากมาย วันที่ไม่มีลูกค้ามาเลย ค่าเช่าอาคารในทั้งสองวันกลับเท่าเดิม นี่คือแก่นแท่นของ fixed cost - ต้นทุนคงที่คือค่าใช้จ่ายที่ไม่เปลี่ยนแปลงตามปริมาณการผลิตหรือการขายในช่วงเวลาหนึ่งๆ ซึ่งต้องชำระจ่ายอยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าธุรกิจจะกำลังดำเนินการอยู่หรือหยุดชั่วคราว
ต้นทุนประเภทนี้มีบทบาทสำคัญต่อวางแผนการเงินเพราะเป็นปัจจัยคงที่ที่ผู้บริหารต้องคำนึงถึง โดยไม่สามารถชดเชยได้ในระยะสั้น เช่น
ตัวอย่างของต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) ที่พบเห็นในหลายธุรกิจ
ความเข้าใจต้นทุนคงที่ช่วยให้ธุรกิจรู้ว่าต้องมีรายได้ขั้นต่ำเท่าไหร่ในแต่ละเดือนเพื่อให้ “ไม่ทำให้ตัวเอง” หรือหากพูดในภาษาธุรกิจก็คือการคำนวณ break-even point
ต้นทุนผันแปร (Variable Cost): ค่าใช้จ่ายที่เต้นไปตามจำนวนสินค้าที่ผลิต
ต่างจากต้นทุนคงที่ที่เสถียรไม่ขยับ ต้นทุนผันแปรนั้นเป็นตัวละคร “เปลี่ยนเสบียง” ของเรื่องต้นทุน มันเพิ่มขึ้นเมื่อการผลิตเพิ่มขึ้น และลดลงเมื่อการผลิตน้อยลง ต้นทุนผันแปรมีความสัมพันธ์โดยตรงกับกิจกรรมของธุรกิจ
นี่คือการแยกบ้านจากร้านอาหาร: ถ้าร้านขายหนึ่งชาม อาหารต้องใช้เครื่องปรุง วัตถุดิบ ถังบรรจุภัณฑ์ หากขายสิบชาม ต้นทุนเหล่านี้ก็เพิ่มขึ้นอยู่เต่า เทียบกับบ้านที่ต้องจ่ายค่าเช่าเดียวกันไม่ว่าจะอยู่คนเดียวหรือคนเต็มบ้าน
ลักษณะเฉพาะของต้นทุนผันแปร (Variable Cost)
ต้นทุนประเภทนี้มีคุณสมบัติพื้นฐานที่แตกต่างจากต้นทุนคงที่:
ตัวอย่างต้นทุนผันแปร (Variable Cost) ในการปฏิบัติงาน
สาระสำคัญ: ความแตกต่างอย่างใหญ่โตระหว่าง Fixed Cost และ Variable Cost
เพื่อให้ได้ภาพครบถ้วน มาเปรียบเทียบ fixed cost and variable cost ในมิติต่างๆ กัน:
ความแตกต่างนี้มีความสำคัญเมื่อผู้บริหารต้องตัดสินใจ เช่น:
การวิเคราะห์ต้นทุนรวม: การรวมตัวของ Fixed Cost และ Variable Cost
ธุรกิจจริงๆแล้วไม่สามารถเห็น fixed cost หรือ variable cost แยกต่างหากได้ แต่ต้องมองมันรวมกันเป็น “ต้นทุนรวม” (Total Cost) ซึ่งเป็นผลรวมของทั้งสองประเภท
วิธีคิดแบบครบวงจร: Total Cost = Fixed Cost + (Variable Cost per Unit × Units Produced)
สูตรนี้ดูเหมือนเรียบง่าย แต่มันช่วยให้ธุรกิจตัดสินใจได้ดี:
ข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ต้นทุนผสม
เหตุใดการเข้าใจต้นทุนคงที่และ fixed cost and variable cost จึงเป็นประเด็นที่เป็นจริง
นอกจากการบริหารการเงิน ความเข้าใจนี้ยังส่งผลต่อ:
สำนักสรุป: หลักสำคัญที่ต้องจำ
การเข้าใจความแตกต่างระหว่าง fixed cost และ variable cost ไม่ใช่เรื่องสำหรับนักบัญชีเท่านั้น มันเป็นเครื่องมือที่ผู้นำธุรกิจ ผู้ประกอบการ และผู้บริหารต้องใช้ทุกวัน:
ธุรกิจที่ยิ่งใหญ่นั้นมักฝึกฝนในการระดม fixed cost และ variable cost อย่างชาญฉลาด และคุณก็สามารถทำได้เช่นกัน