This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
เครื่องขุดบิทคอยน์ 2026: ท็อป 8 รุ่นแนะนำและการคำนวณผลตอบแทนจริง
เมื่อราคาบิทคอยน์พุ่งสูงถึง $83,000 ลงทุนใน เครื่องขุด กลับมาดึงดูดนักลงทุนอีกครั้ง เพราะระยะเวลาคืนทุนลดลงเหลือแค่ 9-14 เดือน ไม่เหมือนสมัยที่ราคา BTC ต่ำ งานนี้จึงมีคำถามหลักที่ใครๆ ก็อยากรู้: ควรลงทุนใน เครื่องขุด รุ่นไหนดีจริงๆ หากคุณสนใจการสร้างรายได้แบบ Passive Income ผ่านการขุด Bitcoin จากที่บ้าน บทความนี้จะบอกความเห็นโดยละเอียด
ทำไมการลงทุนใน เครื่องขุด Bitcoin จึงคุ้มค่า
ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่นักขุดมืออาชีพกลับมาเตรียมตัวในปี 2026 เพราะเทคโนโลยี เครื่องขุด ปัจจุบันมีความสามารถในการประมวลผลที่เพิ่มขึ้น 35-40% เทียบกับรุ่นหลายปีก่อน ในขณะเดียวกันก็ประหยัดพลังงานอย่างมาก ผสมกับระบบระบายความร้อนที่ฉลาดกว่า ทำให้ต้นทุนการดำเนินงานต่ำลง
นอกจากนี้ เครื่องขุด สมัยใหม่มาพร้อมซอฟต์แวร์จัดการที่อัพเดทสม่ำเสมอ ช่วยให้สามารถปรับประสิทธิภาพได้ตามสภาวะแวดล้อม และเพิ่มอัตราแฮช (hash rate) ในอนาคต
ASIC vs GPU: เครื่องขุด ไหนให้ประสิทธิภาพสูงสุด
การขุด Bitcoin สมัยแรกทำได้ด้วย CPU ธรรมชาติ แต่เมื่อความยากของปริศนาการเข้ารหัสเพิ่มขึ้น GPU (หน่วยประมวลผลกราฟิก) จึงกลายเป็นตัวเลือกต่อไป อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน ASIC (วงจรรวมเฉพาะแอปพลิเคชัน) เป็นมาตรฐานอุตสาหกรรม เนื่องจากให้อัตราแฮชสูงกว่า GPU ถึง 10 เท่า
ความแตกต่างนี้สำคัญมาก: ASIC ออกแบบมาเพื่องานขุดโดยเฉพาะ ทำให้มีอัตราส่วนแรงขุดต่อพลังงาน (measured in J/TH) ที่ดีที่สุด กล่าวคือ ใช้พลังงานน้อยลงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์มากขึ้น ซึ่งแปลว่ากำไรสูงขึ้นหลังหักค่าไฟ
8 เครื่องขุด Bitcoin ยอดนิยม: เปรียบเทียบราคา แรงขุด และกำไร
รูปแบบการคำนวณ ROI ด้านล่างใช้สมมติฐาน: ค่าไฟ $0.24/kWh, ราคา BTC $83,000, block reward 6.25 BTC
เครื่องขุด ระดับเรือธง: สำหรับผู้ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด
Bitmain Antminer S21 Pro ขึ้นแท่นเป็นเครื่องขุดรุ่นล่าสุดในตลาด ด้วยชิป 5nm ที่ลดการใช้พลังงาน 35% และอัตราแฮช 180 TH/s ที่ทรงพลังที่สุด ระบบระบายความร้อนใหม่ 4 พัดลมทำให้เสียงลดเหลือ 72 dB ขนาด 195 x 290 x 370 มม. ใช้พลังงาน 3,450W ทำกำไรประมาณ $19.18 ต่อวัน ($7,000 ต่อปี) คืนทุนใน 271 วัน อัตราส่วน J/TH อยู่ที่ 19.2 ซึ่งดีที่สุดในตลาดปัจจุบัน
MicroBT WhatsMiner M60S เป็นคู่แข่งที่ทำให้นักขุดต้องคิดอีกครั้ง อัตราแฮช 165 TH/s น้อยกว่า S21 Pro เพียง 15 TH/s แต่ราคาถูกกว่า $400 เทคโนโลยี Hydro-Dynamic Cooling ลดอุณหภูมิ 15% น้ำหนักเบากว่า 12% ทำให้ติดตั้งง่าย ให้กำไร $17.37 ต่อวัน คืนทุนใน 276 วัน สำหรับผู้ที่ต้องการสมดุลระหว่างประสิทธิภาพและราคา นี่คือตัวเลือกที่มีสติ
เครื่องขุด ระดับกลาง: อุตสาหกรรมสำหรับมือแบบปรับตัว
Canaan AvalonMiner A1366 Pro มาพร้อยเทคโนโลยี 7nm ที่ปรับปรุงใหม่ อัตราแฮช 140 TH/s ด้วยประสิทธิภาพพลังงาน 23.0 J/TH ดีกว่ารุ่นก่อน 18% ระบบป้องกันไฟกระชาก พัดลม 4 ตัวทำงานแบบอัจฉริยะ เสียง 73 dB ราคา $3,900 ให้กำไร $12.16 ต่อวัน คืนทุนใน 321 วัน ข้อดีคือการซ้อนเรียงง่ายสำหรับฟาร์มขนาดใหญ่
iPollo G1 Ultra เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการทดลอง อัตราแฮช 145 TH/s ประสิทธิภาพพลังงาน 22.6 J/TH เสียงต่ำเพียง 70 dB (เงียบที่สุดในชั้นนี้) รองรับทั้งระบายความร้อนด้วยอากาศและการจุ่มในของเหลว ทำให้ยืดหยุ่นในการติดตั้ง ราคา $3,800 ให้กำไร $12.65 ต่อวัน
เครื่องขุด ราคาประหยัด: สำหรับผู้เริ่มต้นและพื้นที่จำกัด
Bitmain Antminer S19 XP Pro แม้เป็นรุ่นเก่าหน่อย แต่ยังคงทำให้คุ้มค่าด้วยราคาที่ลดลงจาก $7,800 เหลือ $3,500 เพียง 45% อัตราแฮช 130 TH/s ประสิทธิภาพพลังงาน 24.5 J/TH เครื่องเสถียรและอะไหล่หาง่าย ให้กำไร $9.90 ต่อวัน คืนทุนใน 354 วัน เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่ต้องการลดความเสี่ยง
MicroBT WhatsMiner M50S ที่ราคา $2,900 ให้ค่านอนโครงสร้าง (value for money) ที่ดีเยี่ยม อัตราแฮช 126 TH/s ประสิทธิภาพพลังงาน 25.0 J/TH ทำให้ได้กำไร $9.25 ต่อวัน ชื่อเสียงของ MicroBT ในเรื่องความเสถียรระยะยาวหมายถึงต้นทุนการซ่อมบำรุงต่ำ
Goldshell KS6 ที่เพียง $2,200 เป็นตัวเลือกขั้นเข้า อัตราแฮช 100 TH/s ประสิทธิภาพพลังงาน 27.5 J/TH กำลังไฟต่ำสุด 2,750W เหมาะสำหรับติดตั้งที่บ้าน เสียงเพียง 68 dB (เงียบที่สุด) ให้กำไร $5.74 ต่อวัน
Bitmain Antminer S19j Pro+ ที่ $1,900 คือเครื่องขุดที่ถูกที่สุด ประสิทธิภาพพลังงาน 29.8 J/TH (ต่ำสุดในรายการ) อัตราแฮช 104 TH/s ให้กำไร $4.55 ต่อวัน แม้น้อยกว่ารุ่นอื่น แต่คืนทุนเร็วเพราะราคาเริ่มต้นต่ำ
เลือก เครื่องขุด ตามงบประมาณและวัตถุประสงค์
สำหรับผู้ที่มีงบประมาณสูง (>$5,000): เลือก Antminer S21 Pro หรือ WhatsMiner M60S ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพพลังงาน (J/TH) และอัตราแฮชสูงสุด คืนทุนเร็ว (9 เดือน) ให้กำไรต่อเนื่องหลังจากนั้น
สำหรับงบกลาง ($3,000-$4,000): เลือก AvalonMiner A1366 Pro หรือ iPollo G1 Ultra ได้รับสมดุลที่ดีระหว่างราคาและประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับการตั้งฟาร์มขนาดกลาง
สำหรับผู้เริ่มต้นหรือพื้นที่จำกัด (<$3,000): ตั้งสายตาไป Antminer S19 XP Pro, WhatsMiner M50S หรือ Goldshell KS6 ลดต้นทุนเริ่มต้นและความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม ยังคงได้รับคืนทุนในระหว่าง 300-420 วัน
สิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนลงทุนใน เครื่องขุด
ค่าไฟฟ้า: นี่คือปัจจัยที่ถูกมองข้ามมากที่สุด เครื่องขุด 3,000W+ ใช้พลังงานเท่ากับ 3-4 หลอดไฟ 1,000W หากค่าไฟสูงกว่า $0.30/kWh กำไรจะลดลงอย่างมาก
การระบายความร้อน: ห้องต้องมีอากาศหมุนเวียนดี หรือ เครื่องขุด จะอายุสั้นลง กำลังไฟที่ใช้ส่วนใหญ่กลายเป็นความร้อน
เสียงรบกวน: 70-75 dB เทียบเท่ากับเครื่องเป่าลมแรง ไม่เหมาะสำหรับห้องนอนหรืออพาร์ทเมนท์
ความผันผวนของ Bitcoin: ราคา BTC เพิ่มขึ้น 30% กำไรเพิ่ม; ลดลง 30% กำไรติดลบ การขุดคุ้มค่าสำหรับผู้วิเคราะห์เทคนิคและมองแนวโน้มระยะยาว
ต้นทุนอื่นๆ: การซ่อมบำรุง การเปลี่ยนแผ่นเมนบอร์ด ค่าเพิ่มเติมสำหรับเน็ตเวิร์ก
สรุป: เครื่องขุด ไหนคุ้มค่าที่สุดในปี 2026
ในสภาวะตลาดปัจจุบัน เครื่องขุด บิทคอยน์กลับมาเป็นเครื่องมือสร้างรายได้ที่มีศักยภาพ เนื่องจากประสิทธิภาพที่พัฒนาขึ้นและราคา BTC ที่สูง
ถ้าคุณมีงบประมาณเพียงพอ Antminer S21 Pro ให้ผลตอบแทนสูงสุด แต่หาก $5,200 เกินไป WhatsMiner M60S คือทางออก AvalonMiner A1366 Pro เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการตั้งฟาร์ม ส่วน iPollo G1 Ultra ดึงดูดผู้ที่มีข้อจำกัดเรื่องเสียง
สำหรับผู้เริ่มต้น ไม่ควรพลาด Antminer S19 XP Pro หรือ Goldshell KS6 ที่ให้โอกาสลงทุนน้อยแต่ยังสร้างรายได้ได้ จำไว้ว่า เครื่องขุด ที่ดีที่สุดคือเครื่องที่สัมพันธ์กับสภาพแวดล้อม งบประมาณ และความอดทน
ความผันผวนของราคา Bitcoin ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับปัจจัยมหาเศรษฐกิจ และการลงทุนใน เครื่องขุด ต้องมีการวางแผนระยะยาวอย่างรอบคอบเพื่อรับประกันความยั่งยืนของกระแสรายได้