This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
แนวทางการจัดสรรเงินต่างประเทศในปี 2026: ตอนนี้ควรซื้อเงินต่างประเทศอะไรเพื่อให้รายได้เพิ่มขึ้นอย่างมั่นคง
อยากสร้างมูลค่าทรัพย์สินในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันด้วยสกุลเงินต่างประเทศไหม? ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่หลายๆ นักลงทุนสนใจว่าจะซื้อสกุลเงินต่างประเทศอะไรดี ช่วงปี 2025 นโยบายของธนาคารกลางทั่วโลกมีการปรับเปลี่ยนอย่างเข้มข้น ตลาดอัตราแลกเปลี่ยนจึงเต็มไปด้วยโอกาสและความเสี่ยงในเวลาเดียวกัน บทความนี้จะวิเคราะห์จากสถานการณ์ตลาด ลักษณะของสกุลเงิน แนวโน้มเรียลไทม์ ไปจนถึงแผนการจัดสรรเงินลงทุนในสกุลต่างประเทศอย่างครบถ้วน
นโยบายของธนาคารกลางเปลี่ยนทิศทาง โอกาสใหม่ในลงทุนสกุลเงินต่างประเทศ
ในรอบปีที่ผ่านมา นโยบายของธนาคารกลางหลักทั่วโลกเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน เช่น เฟดปรับลดดอกเบี้ยอย่างเข้มข้นแล้วค่อยๆ ระมัดระวังมากขึ้น ขณะที่ธนาคารกลางยุโรปยังคงแนวทางผ่อนคลายอยู่ ญี่ปุ่นเผชิญกับสถานการณ์ซับซ้อนในการขึ้นดอกเบี้ย และธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ก็ได้รับความสนใจจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ
ผลจากความแตกต่างของนโยบายเหล่านี้ ทำให้ค่าเงินทั่วโลกเกิดการแยกตัวชัดเจน สกุลเงินบางชนิดที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยก็ปรับตัวขึ้นจากความต้องการหลบภัย สกุลเงินที่ผันผวนตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์ก็มีความผันผวนตาม ราคาสินค้าโภคภัณฑ์บางชนิดก็มีผลต่อค่าเงินเช่นกัน สกุลเงินที่เป็นนโยบายก็มีความผันผวนตามความคาดหวังของตลาด เหตุการณ์เช่นนี้ทำให้โอกาสและความเสี่ยงของการลงทุนในสกุลเงินต่างประเทศถูกขยายออกไปอย่างมาก
สำหรับนักลงทุนในไทย การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างบาทกับดอลลาร์ เยน ออสเตรเลีย ก็ส่งผลโดยตรงต่อผลตอบแทนจากการลงทุนในสกุลเงินต่างประเทศ ในยุคที่ส่วนต่างดอกเบี้ยลดลงและความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น การเลือกสกุลเงินที่เหมาะสมกับสภาวะตลาดจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
วิเคราะห์ลักษณะของสกุลเงิน 4 ประเภท นักลงทุนมือใหม่ควรเลือกอย่างไร
ในตลาดสกุลเงินต่างประเทศ มีสกุลเงินหลัก 12 ชนิด ซึ่งแต่ละชนิดก็มีปัจจัยที่ส่งผลและความเสี่ยงแตกต่างกัน การเข้าใจการแบ่งประเภทของสกุลเงินจึงเป็นก้าวแรกในการเลือกจัดสรรเงินลงทุนอย่างเหมาะสม
สกุลเงินนโยบาย: ดอลลาร์และยูโร
สกุลเงินกลุ่มนี้มีแนวโน้มตามนโยบายของธนาคารกลางเป็นหลัก เช่น ดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินสำรองของโลก การเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยของเฟดจะส่งผลต่อทั้งตลาดอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง ยูโรเป็นสกุลเงินของธนาคารกลางยุโรป ซึ่งมีผลต่อเศรษฐกิจในกลุ่มยูโรโซน การติดตามประชุมธนาคารกลาง ข้อมูลเงินเฟ้อ และแนวโน้มเศรษฐกิจเป็นกุญแจสำคัญในการลงทุนในกลุ่มนี้
สกุลเงินปลอดภัย: เยนและฟรังก์สวิส
เมื่อเกิดความไม่แน่นอนในเศรษฐกิจโลก สกุลเงินเหล่านี้มักเป็นที่นิยมของนักลงทุนเพื่อหลบภัย เนื่องจากความเสถียรทางการเมืองและโครงสร้างเศรษฐกิจที่เป็นอิสระ ทำให้มีแนวโน้มผันผวนต่ำและมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ดี สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลดความเสี่ยง การจัดสรรสกุลเงินปลอดภัยเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตก็เป็นทางเลือกที่ดี นอกจากนี้ เยนยังมีกลไกการเทรดแบบอัตราดอกเบี้ยต่างประเทศ (carry trade) ที่ให้ผลตอบแทนเพิ่มเติม
สกุลเงินสินค้าโภคภัณฑ์: ออสเตรเลียและแคนาดา
สกุลเงินกลุ่มนี้ผูกติดกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ระดับโลก เช่น ออสเตรเลียเป็นผู้ส่งออกเหล็กและแร่ธาตุหลัก ราคาของเหล็กและแร่ก็ส่งผลต่อค่าเงินออสเตรเลียโดยตรง ขณะที่แคนาดามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับราคาน้ำมันและพลังงาน สกุลเงินกลุ่มนี้จึงมีแนวโน้มตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์ การติดตามแนวโน้มราคาสินค้าเป็นกลยุทธ์ง่ายๆ สำหรับนักลงทุนมือใหม่
สกุลเงินตลาดเกิดใหม่: หยวนและแรนด์
สกุลเงินกลุ่มนี้มักให้ผลตอบแทนสูงจากส่วนต่างดอกเบี้ย แต่ก็มีความผันผวนสูงตามสถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศ การเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงิน การเคลื่อนไหวของเงินทุนต่างประเทศ ล้วนส่งผลต่อความผันผวนของสกุลเงินกลุ่มนี้ ควรระมัดระวังและมีความรู้ความเข้าใจดีพอ
วิเคราะห์แนวโน้มคู่เงินหลัก ควรลงทุนอะไรดีในช่วงนี้
คำตอบว่าควรซื้อสกุลเงินอะไรดีขึ้นอยู่กับความเข้าใจแนวโน้มตลาดในช่วงนี้ ลองดูคุณสมบัติของคู่เงินหลักๆ กัน
ยูโรเทียบดอลลาร์ (EUR/USD): ผู้ได้ประโยชน์จากดอลลาร์อ่อนค่า
ตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นมา เฟดปรับนโยบายเป็นแบบระมัดระวังมากขึ้น ขณะที่ธนาคารกลางยุโรปยังคงแนวทางผ่อนคลาย ทำให้ยูโรมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ในบริบทที่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงและเศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัว การลงทุนในยูโรจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการรับผลจากแนวโน้มนี้
ดอลลาร์เทียบเยน (USD/JPY): ผลจากนโยบายที่แตกต่างกัน
ญี่ปุ่นยังคงนโยบายคงอัตราดอกเบี้ยต่ำ ขณะที่เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงก่อนหน้านี้ ความแตกต่างนี้ทำให้ความต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสองประเทศลดลง ส่งผลให้ค่า USD/JPY มีแนวโน้มแกว่งตัวในช่วงแคบๆ นักลงทุนอาจใช้เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงในช่วงตลาดไม่แน่นอน
ฟรังก์สวิส: สัญญาณความต้องการปลอดภัย
ในช่วงที่สหรัฐฯ เผชิญกับความตึงเครียดทางการค้าและการคลัง ฟรังก์สวิสได้รับความสนใจจากความปลอดภัย ราคาฟรังก์สวิสจึงมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นอย่างมั่นคง เป็นทางเลือกสำหรับการจัดสรรพอร์ตที่เน้นความปลอดภัย แต่ต้องระวังอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นหลัก
ออสเตรเลีย: ผู้เข้าร่วมในวัฏจักรสินค้าโภคภัณฑ์
ออสเตรเลียเป็นผู้ส่งออกเหล็กและแร่ธาตุสำคัญ ราคาสินค้าเหล่านี้มีผลต่อค่าเงินออสเตรเลียอย่างมากในช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัว การติดตามแนวโน้มราคาสินค้าและแนวโน้มเศรษฐกิจโลกจึงเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจ
วิธีการลงทุน: ฝากเงินประจำ กองทุน หรือเทรดแบบมาร์จิ้น
เมื่อเข้าใจลักษณะของสกุลเงินแต่ละกลุ่มแล้ว ก็ต้องเลือกวิธีลงทุนให้เหมาะสม ซึ่งหลักๆ มี 3 แบบ
ฝากเงินสกุลต่างประเทศ: เสถียรแต่ขาดความคล่องตัว
เป็นวิธีการลงทุนแบบดั้งเดิมที่สุด โดยเปิดบัญชีเงินฝากต่างประเทศในธนาคาร แล้วฝากเงินเพื่อรับดอกเบี้ย ข้อดีคือความเสี่ยงต่ำ ผลตอบแทนคงที่ แต่ข้อเสียคือความคล่องตัวต่ำ หากต้องการถอนก่อนกำหนดอาจถูกหักค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ย การลงทุนในสภาวะดอกเบี้ยต่ำเช่นนี้ ผลตอบแทนจากดอกเบี้ยก็มีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ
กองทุนต่างประเทศ: ทางเลือกสมดุล
กองทุนเป็นทางเลือกที่ผสมผสานระหว่างฝากเงินและเทรดมาร์จิ้น คุณสามารถลงทุนด้วยเงินไทย แล้วให้บริษัทจัดการเปลี่ยนเงินและบริหารจัดการให้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรับทั้งส่วนต่างดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยน โดยไม่ต้องผูกมัดนาน เช่น กองทุนตลาดเงิน (เช่น กองทุนดอลลาร์สวิส) หรือ ETF ติดตามดัชนีดอลลาร์ (เช่น กองทุนดอลลาร์ยูเนี่ยน)
เทรดมาร์จิ้น: ใช้เลเวอเรจสูงสุดแต่เสี่ยงสูง
เป็นวิธีที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุด แต่ก็มีความเสี่ยงสูงมากเช่นกัน การใช้เลเวอเรจช่วยให้ควบคุมตำแหน่งใหญ่ด้วยเงินน้อย แต่ก็เสี่ยงต่อการถูกบังคับปิดออเดอร์ (margin call) หากตลาดเคลื่อนไหวผิดทาง ควรใช้ด้วยความระมัดระวังและไม่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เช่น เลเวอเรจไม่ควรเกิน 30 เท่าในหลายประเทศ
คำแนะนำการจัดสรรพอร์ตในช่วงนี้
พิจารณาสภาพตลาดและความเสี่ยงของตัวเอง นี่คือแนวทางการจัดสรรตามระดับความเสี่ยง
นักลงทุนสายอนุรักษ์:
นักลงทุนสายสมดุล:
นักลงทุนสายรุก:
ปัจจัยที่ส่งผลต่ออัตราแลกเปลี่ยน
เพื่อการตัดสินใจที่แม่นยำ ควรเข้าใจปัจจัยหลักที่มีผลต่ออัตราแลกเปลี่ยน เช่น
อัตราเงินเฟ้อและดอกเบี้ย
อัตราเงินเฟ้อที่ต่ำทำให้สกุลเงินมีแนวโน้มแข็งค่า เพราะความสามารถในการรักษามูลค่า ขณะที่อัตราดอกเบี้ยสูงดึงดูดเงินทุนต่างประเทศ ทำให้สกุลเงินแข็งค่าขึ้น
เสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจ
ประเทศที่มีเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจดี สกุลเงินก็มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ในทางตรงกันข้าม ความไม่แน่นอน เช่น สงคราม การเปลี่ยนแปลงนโยบาย ก็ทำให้สกุลเงินอ่อนค่าลง
สภาพการค้าและสำรองเงินตรา
การส่งออกสินค้าสูง ส่งผลให้เงินตราแข็งค่าขึ้น การมีสำรองเงินตราและการแทรกแซงของธนาคารกลางก็มีผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนเช่นกัน
5 ข้อควรระวังสำหรับมือใหม่ในตลาด Forex
เน้นคู่เงินหลัก เช่น USD, EUR, JPY ซึ่งมีปริมาณการซื้อขายสูงและเข้าใจง่ายกว่า
ข่าวเศรษฐกิจ การเมือง และนโยบายของธนาคารกลาง ล้วนส่งผลต่ออัตราแลกเปลี่ยน ควรติดตามแหล่งข่าวเช่น CNBC, Bloomberg, Yahoo Finance
อย่าใส่เงินทั้งหมดในสกุลเดียว ควรมีการผสมผสาน เช่น ดอลลาร์ ออสเตรเลีย เยน เพื่อกระจายความเสี่ยง
ตั้งจุดตัดขาดทุนและจุดทำกำไรล่วงหน้า เพื่อป้องกันความเสียหายและล็อคกำไร เช่น กำหนดว่าถ้าราคาเคลื่อนไหวผิดทางเกิน x% ก็ออกจากตลาด
รอจังหวะที่แนวโน้มชัดเจน อย่าโลภซื้อเมื่อราคาสูงสุด หรือขายเมื่อราคาต่ำสุด ควรมีแผนและรอจังหวะที่เหมาะสม
การทำกำไรจากส่วนต่างดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยน
รายได้จากการลงทุนในสกุลเงินมาจาก 2 ส่วนหลัก คือ
ส่วนต่างดอกเบี้ย (Interest Rate Differential): เช่น ดอกเบี้ยในสหรัฐ 5% กับไทย 2% ก็ได้ส่วนต่าง 3% ซึ่งเป็นกำไรที่เกิดจากดอกเบี้ย แต่ต้องระวังความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนด้วย
ส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยน (Exchange Rate Differential): เช่น ซื้อเงินในราคา 33 บาทต่อดอลลาร์ แล้วขายเมื่อเป็น 35 บาท ก็ได้กำไรจากส่วนต่างนี้
สิ่งสำคัญคือ การสมดุลระหว่างสองส่วนนี้ เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดีที่สุดตามความเสี่ยงที่รับได้
สรุป: การตัดสินใจอย่างมีหลักการและเรียนรู้ต่อเนื่อง
คำถามว่าควรซื้อสกุลเงินอะไรดีในช่วงนี้ ไม่มีคำตอบตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับนโยบายของธนาคารกลาง ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา สิ่งสำคัญคือการสร้างกรอบวิเคราะห์ของตัวเอง เรียนรู้และปรับกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งทดลองในบัญชีจำลองก่อนลงเงินจริง เพื่อสะสมประสบการณ์และความมั่นใจ เมื่อพร้อมก็ลงทุนจริงอย่างมีวินัยและความรู้
เส้นทางการลงทุนในสกุลเงินต่างประเทศนั้นยาวไกล ต้องมีความอ่อนน้อมถ่อมตนและพัฒนากลยุทธ์อย่างต่อเนื่องเท่านั้นที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ