This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
การทำ Swap ในการเทรด: ต้นทุนแฝงที่เบิกบานกำไรของคุณทุกวัน
นักเทรดหลายคนมักจะมุ่งเน้นไปที่ Spread และ Commission เท่านั้น จนลืมมองเห็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญเท่าๆ กัน นั่นคือค่าธรรมเนียมการถือครองสถานะข้ามคืน หรือที่เรียกว่า Swap ตัวปัญหานี้เป็นต้นทุนแฝง ที่ส่งผลกระทบสำคัญต่อความสามารถในการทำกำไรของคุณ โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นนักเทรดที่ชอบถือออเดอร์เป็นวัน สัปดาห์ หรือเดือน
Swap คืออะไร? ทำไมโบรกเกอร์จึงคิดค่านี้
ในศัพท์เงินหลวง Swap หมายถึงค่าธรรมเนียมสำหรับการถือครองสถานะข้ามคืน เป็นลักษณะของดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นจากการถือออเดอร์เทรดผ่านเวลาที่ตลาดปิดทำการ คำอื่นที่ใช้เรียกเช่นเดียวกันได้แก่ “Overnight Interest” หรือ “Rollover Fee”
โบรกเกอร์คิดค่านี้ไม่ใช่แค่เพื่อหารายได้ มีเหตุผลทางการเงินที่ลึกซึ้งกว่า เมื่อคุณเทรดในตลาด เช่น Forex แต่ไม่ปิดออเดอร์ในวันนั้น โบรกเกอร์จะต้อง “ยืม” เงินให้คุณต่อไปเพื่อรักษาสถานะนั้น การยืมเงินมีค่าใช้จ่าย นั่นคือสิ่งที่ Swap แสดงให้เห็น
กลไกการทำ Swap: ความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสกุลเงิน
เพื่อให้เข้าใจ Swap ได้อย่างแท้จริง เราต้องดูที่จุดเริ่มต้น คือ “ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย” (Interest Rate Differential)
เมื่อคุณเปิดออเดอร์เทรด Forex เช่น EUR/USD คุณกำลัง “ยืม” สกุลเงินหนึ่ง เพื่อ “ซื้อ” อีกสกุลเงิน
สกุลเงินทั้งหมดมีอัตราดอกเบี้ยนโยบายของตัวเอง ซึ่งกำหนดโดยธนาคารกลางของแต่ละประเทศ ตัวอย่างเช่น:
ดังนั้น เมื่อคุณ “ยืม” สกุลเงินใด คุณต้อง จ่ายดอกเบี้ย และเมื่อคุณ “ถือ” สกุลเงินใด คุณได้ รับดอกเบี้ย Swap คือผลต่างระหว่างสองค่านี้
ตัวอย่างการคำนวณ Swap แบบง่ายๆ
สมมติคุณเทรด Buy EUR/USD:
ผลคือคุณจะ จ่าย Swap (ติดลบ) ทุกคืนที่ถือออเดอร์นี้
ถ้าคุณเทรด Sell EUR/USD:
ผลคือคุณจะ ได้รับ Swap (บวก) ทุกคืนที่ถือออเดอร์นี้
Swap บวกและ Swap ลบ: ทำไมส่วนใหญ่เราถึงเสีย?
นี่คือจุดที่นักเทรดมือใหม่มักจะประหลาดใจ แม้ว่าในทางทฤษฎี Swap ควรจะสะท้อนส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง แต่ในความเป็นจริง…
โบรกเกอร์เพิ่มค่าธรรมเนียมของตัวเองเข้าไป พวกเขาเป็นคนกลางที่อำนวยความสะดวกในการยืมเงินนี้ และทำการจัดการ ดังนั้นพวกเขาจึงเพิ่ม “มาร์กอัป” หรือ “ค่าจัดการ” ของตัวเองลงไปในอัตรา Swap ที่แท้จริง
ตัวอย่างเช่น:
หรืออีกกรณีหนึ่ง ถ้าโบรกเกอร์คิดค่าจัดการสูง Swap ทั้ง Long และ Short อาจจะติดลบทั้งคู่ ทำให้ไม่ว่าคุณซื้อหรือขายก็ต้องเสียค่า Swap ทุกคืน นี่คือเหตุผลว่าทำไม Swap Long (สำหรับออเดอร์ Buy) และ Swap Short (สำหรับออเดอร์ Sell) ปกติแล้วไม่เคยเท่ากันเป๊ะๆ
ปรากฏการณ์ 3-Day Swap: เพราะเหตุใดคืนพุธถึงเป็นตัวร้ายร้าย
นี่คือประเด็นที่นักเทรดมือใหม่พลาดกันบ่อยมาก ปกติแล้ว Swap คิดวันละ 1 ครั้ง แต่จะมี 1 วันในสัปดาห์ ที่โดนคิด Swap 3 เท่า (3x Swap)
ทำไมถึงเป็นแบบนี้?
ตลาด Forex และ CFD ส่วนใหญ่ปิดทำการในวันเสาร์และอาทิตย์ แต่ระบบการเงินโลกไม่หยุดพัก ดอกเบี้ยยังคงเดินหน้าจ่ายเสียทุกวัน แม้จะเป็นวันหยุดก็ตาม ดังนั้นโบรกเกอร์จึงต้องรวบยอดคิดค่า Swap ของวันเสาร์และอาทิตย์ มารวมไว้ในวันทำการ
มันเกิดขึ้นวันไหน? ส่วนใหญ่คือคืนวันพุธ (การถือจากวันพุธข้ามไปวันพฤหัสบดี) เพราะว่า:
ตลาด Forex มีรอบการชำระราคา T+2 (2 วันทำการหลังจากการซื้อขาย):
ผลคือ คุณกำลัง “ยืม” เงินข้ามช่วงสุดสัปดาห์ (ศุกร์, เสาร์, อาทิตย์) พอดี โบรกเกอร์จึงรวบยอดคิดดอกเบี้ยของ 3 วันนี้ลงในคืนวันพุธ
ดังนั้น หากคุณถือออเดอร์ Buy 1 Lot EUR/USD ที่มี Swap Long = -8.5 USD/คืน:
นี่คือสาเหตุที่นักเทรดบางคนพยายามหลีกเลี่ยงการถือออเดอร์ข้ามคืนพุธ
วิธีตรวจสอบค่า Swap ก่อนเปิดออเดอร์
เพื่อให้รู้ว่า Swap เท่าไหร่และมีผลกระทบเท่าไหร่ต่อกำไรของคุณ คุณต้องตรวจสอบข้อมูลนี้ ก่อนเปิดออเดอร์ เสมอ วิธีดูจะต่างกันไปตามแพลตฟอร์มที่คุณใช้
การดูใน MT4/MT5 (MetaTrader)
การดูใน Mitrade และแพลตฟอร์มยุคใหม่
แพลตฟอร์มสมัยใหม่ ออกแบบให้ง่ายและชัดเจนมากขึ้น:
ความโปร่งใสในการแสดงข้อมูลนี้ช่วยให้คุณสามารถคำนวณต้นทุนได้อย่างแม่นยำก่อนตัดสินใจเข้าเทรด
การทำ Swap: สูตรคำนวณที่นักเทรดต้องรู้
เมื่อรู้อัตรา Swap แล้ว ทีนี้มาคำนวณว่าต้นทุนจริงๆ เป็นเงินเท่าไหร่
วิธีที่ 1: คำนวณจากหน่วย Points (MT4/MT5)
สูตร: