Forex โปรแกรมเทรดไหนดี ครบ 7 ตัวยอดนิยม สำหรับนักเทรดมือใหม่ 2025

การเลือกโปรแกรมเทรด Forex ที่เหมาะสมนั้นมีความสำคัญต่อการออกแบบกลยุทธ์การเทรดที่มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นนักเทรดมือใหม่หรือมือเก่า โปรแกรมเทรด Forex ที่เหมาะกับตัวเองจะช่วยให้การวิเคราะห์ตลาดและการส่งคำสั่งเป็นไปอย่างราบรื่นและคุ้มค่า บทความนี้จะแนะนำ 7 โปรแกรมเทรด Forex ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบัน

โปรแกรมเทรด Forex คือระบบอะไร และต่างจากแพลตฟอร์มเทรดยังไง

โปรแกรมเทรด Forex หรือ Automated Forex Trading Software คือเครื่องมือที่ช่วยให้นักเทรดสามารถวิเคราะห์ราคาสินทรัพย์ และส่งคำสั่งซื้อขายได้ด้วยตัวเองหรือแบบอัตโนมัติผ่านเงื่อนไขที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ทำให้นักเทรดไม่จำเป็นต้องนั่งจ้องหน้าจอระหว่างเวลาเปิดตลาด

ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างโปรแกรมเทรด Forex กับแพลตฟอร์มเทรด Forex คือความยืดหยุ่นในการปรับแต่ง โปรแกรมเทรด Forex ส่วนใหญ่ต้องดาวน์โหลดและติดตั้งลงในคอมพิวเตอร์ซึ่งใช้ทรัพยากรของเครื่องในการประมวลผล ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มเทรด Forex สามารถใช้งานผ่านเว็บเบราเซอร์ได้ทันทีโดยไม่ต้องติดตั้ง

โปรแกรมเทรด Forex โดยทั่วไปมีฟีเจอร์ขั้นสูงมากขึ้น เช่น การสร้างอินดิเคเตอร์เพิ่มเติมด้วยการเขียนโปรแกรมภาษา MQL4, MQL5, Pine Script หรือ C# ทำให้นักเทรดมีความอิสระในการปรับแต่งระบบได้อย่างเต็มที่

วิธีเลือกโปรแกรมเทรด Forex ที่เหมาะสม 6 จุดสำคัญที่ต้องคิด

เมื่อต้องการเลือกโปรแกรมเทรด Forex ที่เหมาะกับตนเอง นักเทรดควรพิจารณาปัจจัยต่อไปนี้:

1. ความครบถ้วนของข้อมูล ข้อมูลสินทรัพย์ที่ครบครันจะช่วยให้ระบบเทรดทำงานได้แม่นยำยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลราคาแบบเรียลไทม์ หรือข้อมูลทางเทคนิคและพื้นฐาน

2. ความเร็วของการประมวลผล ในการเทรดอัตโนมัติ ความเร็วเป็นปัจจัยชี้ขาดในการได้กำไร โปรแกรมที่ประมวลผลได้เร็วจะให้ข้อได้เปรียบในการเข้าออกฐานะทันท่วงที

3. ความง่ายในการใช้งาน นักเทรดไม่ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี การเลือกโปรแกรมที่มีอินเตอร์เฟซง่ายและภาษาการเขียนโปรแกรมที่เรียบง่ายจะช่วยให้เริ่มต้นได้เร็ว

4. ความปลอดภัยของระบบ เพราะโปรแกรมเทรดเป็นตัวจัดการเงินทุนของคุณ ความปลอดภัยจึงเป็นเรื่องสำคัญท่ียิ่ง ตรวจสอบว่าโปรแกรมมีระบบเข้ารหัส และเก็บเงินทุนตามมาตรฐานที่โบรกเกอร์กำหนด

5. อัตราค่าธรรมเนียมที่สมเหตุสมผล โปรแกรมเทรด Forex ส่วนใหญ่ให้ใช้ฟรีและเรียกเก็บเพียงค่าคมิชชั่นหรือสเปรดตอนเทรด แต่บางตัวอาจเรียกเก็บค่าแพ็กเกจเพิ่มเติมสำหรับฟีเจอร์ขั้นสูง

6. ลองใช้บัญชีสาธารณะก่อน เกือบทุกโบรกเกอร์ให้เปิดบัญชีทดลองฟรี ใช้โอกาสนี้ทดสอบโปรแกรมเทรด Forex ตัวต่างๆ เพื่อหาที่เหมาะกับตัวเองจริงๆ

7 โปรแกรมเทรด Forex ดีๆ ที่นักเทรดชอบใช้

1. MetaTrader4 (MT4) – โปรแกรมคลาสสิกที่ยากจะเอาชนะ

MT4 เป็นโปรแกรมเทรด Forex ที่ได้รับความนิยมมากกว่า 40 ล้านคนทั่วโลก พัฒนาโดย MetaQuotes Software ตั้งแต่ปี 2005 และจนถึงปัจจุบันยังคงเป็นมาตรฐานในอุตสาหกรรม

ความเด่นของ MT4 คือความง่ายในการใช้งาน มีอินดิเคเตอร์กว่า 50 ตัว และรองรับการเขียนอินดิเคเตอร์เพิ่มเติมด้วยภาษา MQL4 นักเทรดสามารถสร้าง Expert Advisor (EA) เพื่อให้ระบบทำงานอัตโนมัติ ทำให้ MT4 เหมาะสำหรับทั้งมือใหม่และมืออาชีพ

จุดเด่น:

  • ใช้งานง่าย ปรับแต่งได้หลากหลาย
  • รองรับ Windows, Android, iOS
  • มีชุมชนผู้ใช้ใหญ่ที่มีอินดิเคเตอร์มากมายให้เลือก

จุดด้อย:

  • บางโบรกเกอร์กำหนดสเปรดสูงกว่าบนแพลตฟอร์มเทรด
  • ความเร็วในการประมวลผลไม่เร็วเท่าโปรแกรมใหม่ๆ

โบรกเกอร์ที่สนับสนุน: IC Markets, Pepperstone, FXCM, Tickmill, FP Markets

2. MetaTrader5 (MT5) – ยุคใหม่ของ MetaTrader

MT5 คือเวอร์ชั่นอัปเกรดของ MT4 ที่พัฒนาให้รองรับระบบบัญชีที่หลากหลายขึ้น รองรับการหักลบแบบดั้งเดิมและแบบ Hedging พร้อมวิธีส่งคำสั่งถึง 4 รูปแบบ (Instant, Request, Market, Exchange)

ปัญหา Pending Order เพิ่มมากขึ้นเป็น 6 รูปแบบ (Buy Stop, Sell Stop, Buy Limit, Sell Limit, Buy Stop-Limit, Sell Stop-Limit) พร้อมอินดิเคเตอร์กว่า 512 ตัว ทำให้ MT5 มีความยืดหยุ่นมากกว่า MT4

จุดเด่น:

  • เร็วกว่า MT4 เล็กน้อย
  • อินดิเคเตอร์มากมายให้เลือก
  • สนับสนุน Copy Trading

จุดด้อย:

  • มีผู้ใช้ไม่มากเท่า MT4 เนื่องจากความซ้ำซ้อน
  • บางโบรกเกอร์ยังใช้ MT4 เป็นหลัก

โบรกเกอร์ที่สนับสนุน: IC Markets, Pepperstone, FXCM, Tickmill, FP Markets

3. cTrader – ตัวเลือกสำหรับผู้ชอบกราฟิกส์ที่สวยงาม

cTrader ถูกพัฒนาโดย Spotware เพื่อเป้าหมายในการสร้างสมดุลระหว่างความซับซ้อนของตลาดและความเรียบง่ายในการใช้งาน เหมาะสำหรับทั้งมือใหม่และมืออาชีพ

ความพิเศษของ cTrader คือการมีฟีเจอร์ cTrader Automate บนเดสก์ท็อป ที่ให้นักเทรดเขียน Indicator และ cBot ด้วยภาษา C# รองรับ .NET Framework ทำให้เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังสำหรับ Algorithmic Trading

จุดเด่น:

  • กราฟิกส์สวยงาม อินเตอร์เฟซทันสมัย
  • เข้าถึงข้อมูล Market Depth (Bid/Ask)
  • Open source ที่หลากหลาย

จุดด้อย:

  • โบรกเกอร์ที่สนับสนุนน้อยกว่า MT4/MT5
  • ต้องเรียนรู้การปรับแต่งค่อนข้างลำบาก

โบรกเกอร์ที่สนับสนุน: Pepperstone, IC Markets, FxPro, Fibo Group, Roboforex

4. NinjaTrader – มืออาชีพมักเลือก

NinjaTrader ก่อตั้งตั้งแต่ปี 2003 และเป็นโปรแกรมเทรดที่มีมากกว่า 100+ อินดิเคเตอร์ให้เลือกใช้ บรรดานักเทรดมืออาชีพชอบใช้เพราะมีฟีเจอร์ Order Flow+ ที่ช่วยวิเคราะห์ Order Flow และความลึกตลาดได้

NinjaTrader สนับสนุนการเขียนโปรแกรมด้วย C# และยังมี Backtesting ที่ช่วยให้นักเทรดฝึกเทรดบนข้อมูลในอดีตได้

จุดเด่น:

  • มีมากมายใหญ่ของอินดิเคเตอร์
  • เครื่องมือ Backtesting ที่ดีเยี่ยม
  • ความเสถียรในการแสดงข้อมูล

จุดด้อย:

  • โบรกเกอร์ที่สนับสนุนมีจำกัด
  • มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับฟีเจอร์ขั้นสูง
  • ไม่รองรับแท็ปเล็ต

โบรกเกอร์ที่สนับสนุน: Forex.com, FXCM, OANDA

5. TradingView – ผู้ชนะด้านข้อมูลและชุมชน

TradingView เริ่มจากการเป็นผู้ให้บริการข้อมูลและกราฟราคาเท่านั้น แต่ปัจจุบันได้กลายมาเป็นแพลตฟอร์มเทรดที่ใหญ่ที่สุดด้วยผู้ใช้กว่า 50 ล้านคน

ความเด่นของ TradingView คือมีข้อมูลราคาจากแทบทุกตลาดในโลก ผู้ใช้สามารถเขียนอินดิเคเตอร์ด้วยภาษา Pine Script และให้ระบบเทรดอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมีชุมชนผู้ใช้ที่แบ่งปันไอเดียและกลยุทธ์มากมาย

จุดเด่น:

  • อินเตอร์เฟซสวยงาม เข้าใจง่าย
  • ข้อมูลหลากหลายจากแทบทุกตลาด
  • ชุมชนผู้ใช้ใหญ่และเป็นประโยชน์
  • ใช้ได้บนเว็บ Desktop และแท็ปเล็ต

จุดด้อย:

  • ต้องติดตั้งปลั๊กอิน Paper Trading เพื่อส่งคำสั่ง
  • การปรับแต่งขั้นสูงต้องเรียน Pine Script
  • ฟีเจอร์ขั้นสูงอาจต้องจ่ายเงิน

โบรกเกอร์ที่สนับสนุน: Pepperstone, Capital.com, Moneta Markets, IQCent

6. ZuluTrade – เพื่อผู้ชอบ Copy Trading

ZuluTrade เป็นผู้ให้บริการด้านข้อมูลการเงินที่มีจุดเด่นด้าน Copy Trading นั่นคือสามารถคัดลอกการเทรดจากเทรดเดอร์ที่เก่งเข้ามาใช้ได้เลย ทำให้มือใหม่สามารถเทรดเหมือนมืออาชีพได้ทันที

ZuluTrade รองรับ MT4 และมีแพลตฟอร์ม ZuluTrade+ เพื่อให้ผู้ใช้เขียนโปรแกรมด้วยภาษา ZuluScript สร้างโรบอทเทรดของตัวเอง และสามารถสร้างเงื่อนไขเทรดอัตโนมัติได้

จุดเด่น:

  • ฟีเจอร์ Copy Trade ที่ยอดเยี่ยม
  • สามารถสั่งการเทรดอัตโนมัติทั้งวัน
  • รองรับ Desktop และแท็ปเล็ต

จุดด้อย:

  • ชุมชนผู้ใช้ค่อนข้างจำกัด
  • โบรกเกอร์ที่สนับสนุนไม่มากนัก
  • ฟีเจอร์วิเคราะห์ไม่มากเท่า MT4/MT5

โบรกเกอร์ที่สนับสนุน: FXCM

7. แพลตฟอร์มเทรดกรรมสิทธิ์ – ตัวเลือกสำหรับมือใหม่

แพลตฟอร์มเทรดกรรมสิทธิ์คือแพลตฟอร์มที่โบรกเกอร์พัฒนาขึ้นเพื่อลูกค้าโดยเฉพาะ เหมาะสำหรับมือใหม่เพราะ:

  • ไม่ต้องดาวน์โหลด ใช้ผ่านเว็บเบราเซอร์ได้ทันที
  • อินเตอร์เฟซเรียบง่าย เข้าใจได้ไม่ยาก
  • มีเครื่องมือพื้นฐานครบครัน
  • ใช้ได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ตัวอย่างแพลตฟอร์ม:

  • Mitrade - ออกแบบเพื่อผู้ใช้ทั่วไป มีกราฟ อินดิเคเตอร์ และส่วนส่งคำสั่ง ครบถ้วน
  • FxPro - แพลตฟอร์มเทรดที่เน้นความสะดวกสำหรับลูกค้าของโบรกเกอร์

จุดเด่น:

  • อินเตอร์เฟซสวยงาม น่าใช้
  • เครื่องมือพื้นฐานใช้งานง่าย
  • ไม่ต้องเรียนรู้มากอาจเริ่มเทรดได้ทันที

จุดด้อย:

  • ไม่สามารถปรับแต่งเงื่อนไขเทรดขั้นสูง
  • ไม่สามารถสร้าง Indicator เพิ่มเติมได้

โปรแกรมเทรด Forex กับแพลตฟอร์มเทรด Forex ต่างกันตรงไหนบ้าง

ถึงแม้ว่าทั้งสองเครื่องมือมีจุดประสงค์เดียวกันในการวิเคราะห์ราคาและส่งคำสั่งเทรด แต่ก็มีความแตกต่างที่สำคัญ:

เกณฑ์ โปรแกรมเทรด Forex แพลตฟอร์มเทรด Forex
การติดตั้ง ต้องดาวน์โหลดและติดตั้ง ใช้บนเว็บเบราเซอร์ได้ทันที
ทรัพยากรคอมพิวเตอร์ ใช้ทรัพยากรมากขึ้น ใช้ทรัพยากรน้อยกว่า
ความยืดหยุ่น ปรับแต่งได้มาก สามารถเขียนโปรแกรมเพิ่มได้ ปรับแต่งได้จำกัด
ความง่ายในการใช้ ต้องเรียนรู้ โดยเฉพาะฟีเจอร์ขั้นสูง ง่าย เข้าใจได้เร็ว
ค่าใช้จ่าย ส่วนใหญ่ฟรี แต่อาจมีค่าแพ็กเกจเพิ่มเติม ฟรีอย่างเต็มรูปแบบ
ผู้พัฒนา บุคคลที่สาม (MetaQuotes, Spotware เป็นต้น) โบรกเกอร์เอง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรมเทรด Forex

Q: ควรเลือกโปรแกรมเทรด Forex ตัวไหนดีสำหรับมือใหม่?

A: สำหรับมือใหม่ ลองเริ่มจากแพลตฟอร์มเทรด Forex ที่โบรกเกอร์ให้มา เช่น Mitrade เพราะง่ายใช้งาน หลังจากเข้าใจพื้นฐานแล้ว จึงเลือก MT4 ที่มีความยืดหยุ่นมากกว่า

Q: โปรแกรมเทรด Forex ตัวไหนดีที่สุดสำหรับ Algorithmic Trading?

A: MT4 และ MT5 ยังคงเป็นตัวเลือกยอดนิยม แต่ NinjaTrader และ cTrader มีความสามารถด้าน Algorithmic Trading ที่ดีเยี่ยมเช่นกัน

Q: ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้างในการใช้โปรแกรมเทรด Forex?

A: ส่วนใหญ่โปรแกรมเทรด Forex ให้ใช้ฟรี คุณจะเสียเพียงค่าคมิชชั่นหรือสเปรดตอนเทรดกับโบรกเกอร์ บางโปรแกรมอาจมีแพ็กเกจพรีเมียมสำหรับฟีเจอร์ขั้นสูง

Q: สามารถรวยด้วยการเทรด Forex ได้หรือไม่?

A: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง นักเทรดสามารถทำกำไรได้ แต่ยังมีความเสี่ยงสูงสุดในการสูญเสียเงินทุนทั้งหมด ต้องมีการวางแผนและจัดการความเสี่ยงอย่างดีเพื่อให้สำเร็จระยะยาว

สรุป

โปรแกรมเทรด Forex แต่ละตัวมีจุดเด่นและข้อด้อยที่แตกต่างกัน ไม่มีตัวไหนที่ดีที่สุดแบบสัมบูรณ์ แต่อยู่ที่ว่าตัวไหนเหมาะกับความต้องการของคุณ

สำหรับมือใหม่ ให้เริ่มจากแพลตฟอร์มเทรด Forex ที่เรียบง่ายเพื่อเรียนรู้พื้นฐาน เมื่อมีความเข้าใจมากขึ้น จึงจะสามารถเลือก MT4 หรือ MT5 เพื่อความยืดหยุ่นและควบคุมที่มากขึ้นในการเทรด อย่าลืมทดสอบบัญชี Demo ก่อนใช้เงินจริง เพื่อให้แน่ใจว่าโปรแกรมเทรด Forex ที่คุณเลือกนั้นเหมาะกับรูปแบบการเทรดและความต้องการของคุณได้อย่างแท้จริง

This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
  • รางวัล
  • แสดงความคิดเห็น
  • repost
  • แชร์
แสดงความคิดเห็น
0/400
ไม่มีความคิดเห็น
  • ปักหมุด