ROI หรือ ผลตอบแทนจากการลงทุน เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่ตรงไปตรงมาที่สุดที่คุณจะพบทั้งในการเงินแบบดั้งเดิมและการเทรดคริปโต เป็นหลัก มันบอกคุณว่าการลงทุนของคุณทำกำไรหรือขาดทุน และมากน้อยแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็นการประเมินการเทรดเดียวหรือเปรียบเทียบโอกาสการลงทุนหลายรายการ ROI จึงให้คำตอบเชิงตัวเลขที่ชัดเจน
ROI คืออะไรและทำไมคุณควรใส่ใจ?
ROI เป็นการวัดว่าทุนของคุณทำงานให้คุณได้อย่างมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด มันใช้ข้อมูลสำคัญสองอย่าง คือ กำไรที่คุณได้รับและจำนวนเงินที่คุณลงทุน แล้วคำนวณอัตราส่วนระหว่างกัน ผลลัพธ์สามารถแสดงเป็นอัตราส่วนง่ายๆ (เช่น 0.35) หรือเป็นเปอร์เซ็นต์ (เช่น 35%) ROI ที่เป็นบวกหมายความว่าการลงทุนของคุณประสบความสำเร็จ ในขณะที่ตัวเลขติดลบแสดงว่าคุณขาดทุน ยิ่ง ROI เป็นเปอร์เซ็นต์สูงเท่าไหร่ การลงทุนของคุณก็ทำกำไรได้ดีขึ้นเท่านั้นเมื่อเทียบกับเงินทุนที่ลงทุนไป
วิธีคำนวณ ROI: สูตรอธิบายง่ายๆ
คณิตศาสตร์เบื้องหลัง ROI ง่ายนิดเดียว นี่คือสมการพื้นฐาน:
แม้ว่า ROI จะเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มาก แต่มันก็มีจุดอ่อนสำคัญคือไม่สนใจเรื่องเวลาเลย ซึ่งอาจทำให้เปรียบเทียบการลงทุนผิดพลาด ลองพิจารณาการเทรดสองครั้งของอลิซ: การเทรดแรกให้ ROI 90% แต่ใช้เวลา 12 เดือน ในขณะที่การเทรดที่สองให้ ROI 70% แต่ใช้เวลาเพียง 6 เดือน ในแง่ตัวเลข การเทรดแรกดูดีกว่า – จนกว่าคุณจะตระหนักว่าการเทรดที่สองให้ผลกำไรเกือบเท่ากันในครึ่งเวลานั้น ทำให้มันมีประสิทธิภาพมากกว่า
นี่คือเหตุผลที่นักลงทุนจริงจังมักพิจารณา ROI รายปีหรือเมตริกที่ปรับตามเวลาอื่นๆ เมื่อเปรียบเทียบโอกาสการลงทุนหลายรายการ การลงทุนที่ใช้เวลานานหลายปีอาจดูเหมือนทำกำไรได้มากกว่าเทรดเร็ว แต่ประสิทธิภาพต่อปีจริงๆ อาจต่ำกว่ามาก
ROI ในคริปโตเทียบกับตลาดดั้งเดิม
ROI ใช้ได้กับทุกประเภทการลงทุน – หุ้น พันธบัตร อสังหาริมทรัพย์ และคริปโต อย่างไรก็ตาม ตลาดคริปโตขึ้นชื่อเรื่องความผันผวน ซึ่งสามารถสร้าง ROI สูงสุดในช่วงตลาดขาขึ้น หรือทำให้ ROI ติดลบอย่างรุนแรงในช่วงขาลง ควรจำไว้เสมอว่าศักยภาพ ROI สูงก็หมายถึงความเสี่ยงสูงเช่นกัน
เมื่อประเมินการลงทุน ควรใช้ ROI เป็นจุดเริ่มต้น แต่ต้องเจาะลึกเข้าไปในเรื่องระยะเวลา ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง และว่าผลตอบแทนคุ้มค่ากับความผันผวนที่คุณรับได้หรือไม่
This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
เข้าใจ ROI: คู่มือสำหรับผู้เริ่มต้นในการวัดผลกำไรจากการลงทุน
ROI หรือ ผลตอบแทนจากการลงทุน เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่ตรงไปตรงมาที่สุดที่คุณจะพบทั้งในการเงินแบบดั้งเดิมและการเทรดคริปโต เป็นหลัก มันบอกคุณว่าการลงทุนของคุณทำกำไรหรือขาดทุน และมากน้อยแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็นการประเมินการเทรดเดียวหรือเปรียบเทียบโอกาสการลงทุนหลายรายการ ROI จึงให้คำตอบเชิงตัวเลขที่ชัดเจน
ROI คืออะไรและทำไมคุณควรใส่ใจ?
ROI เป็นการวัดว่าทุนของคุณทำงานให้คุณได้อย่างมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด มันใช้ข้อมูลสำคัญสองอย่าง คือ กำไรที่คุณได้รับและจำนวนเงินที่คุณลงทุน แล้วคำนวณอัตราส่วนระหว่างกัน ผลลัพธ์สามารถแสดงเป็นอัตราส่วนง่ายๆ (เช่น 0.35) หรือเป็นเปอร์เซ็นต์ (เช่น 35%) ROI ที่เป็นบวกหมายความว่าการลงทุนของคุณประสบความสำเร็จ ในขณะที่ตัวเลขติดลบแสดงว่าคุณขาดทุน ยิ่ง ROI เป็นเปอร์เซ็นต์สูงเท่าไหร่ การลงทุนของคุณก็ทำกำไรได้ดีขึ้นเท่านั้นเมื่อเทียบกับเงินทุนที่ลงทุนไป
วิธีคำนวณ ROI: สูตรอธิบายง่ายๆ
คณิตศาสตร์เบื้องหลัง ROI ง่ายนิดเดียว นี่คือสมการพื้นฐาน:
ROI = (มูลค่าปัจจุบัน - ต้นทุนรวม) / ต้นทุนรวม
หรืออีกแบบหนึ่งคือ:
ROI = กำไรสุทธิ / ต้นทุนสุทธิ
เพื่อแปลงเป็นเปอร์เซ็นต์ ให้คูณผลลัพธ์ด้วย 100 ลองดูตัวอย่างจริงเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น
ตัวอย่างในโลกจริง: คำนวณผลตอบแทนจากการถือครองคริปโต
สมมุติว่าคุณลงทุนในโทเคน BNB คุณซื้อ 100 BNB ในราคา 10 ดอลลาร์ต่อโทเคน ใช้เงินรวม 1,000 ดอลลาร์ หลังจากหกเดือน ราคาของ BNB ขึ้นเป็น 19 ดอลลาร์ต่อโทเคน มูลค่าปัจจุบันของคุณคือ 1,900 ดอลลาร์ ใช้สูตร ROI:
ROI = (1,900 - 1,000) / 1,000 = 0.90 หรือ 90%
นั่นหมายความว่าการลงทุนของคุณเพิ่มมูลค่า 90% นั่นเป็นผลตอบแทนที่สูงมาก – แต่ที่สำคัญคือเรื่องเวลาที่ใช้
ข้อจำกัดสำคัญ: เวลาไม่ได้ถูกนำมาพิจารณา
แม้ว่า ROI จะเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มาก แต่มันก็มีจุดอ่อนสำคัญคือไม่สนใจเรื่องเวลาเลย ซึ่งอาจทำให้เปรียบเทียบการลงทุนผิดพลาด ลองพิจารณาการเทรดสองครั้งของอลิซ: การเทรดแรกให้ ROI 90% แต่ใช้เวลา 12 เดือน ในขณะที่การเทรดที่สองให้ ROI 70% แต่ใช้เวลาเพียง 6 เดือน ในแง่ตัวเลข การเทรดแรกดูดีกว่า – จนกว่าคุณจะตระหนักว่าการเทรดที่สองให้ผลกำไรเกือบเท่ากันในครึ่งเวลานั้น ทำให้มันมีประสิทธิภาพมากกว่า
นี่คือเหตุผลที่นักลงทุนจริงจังมักพิจารณา ROI รายปีหรือเมตริกที่ปรับตามเวลาอื่นๆ เมื่อเปรียบเทียบโอกาสการลงทุนหลายรายการ การลงทุนที่ใช้เวลานานหลายปีอาจดูเหมือนทำกำไรได้มากกว่าเทรดเร็ว แต่ประสิทธิภาพต่อปีจริงๆ อาจต่ำกว่ามาก
ROI ในคริปโตเทียบกับตลาดดั้งเดิม
ROI ใช้ได้กับทุกประเภทการลงทุน – หุ้น พันธบัตร อสังหาริมทรัพย์ และคริปโต อย่างไรก็ตาม ตลาดคริปโตขึ้นชื่อเรื่องความผันผวน ซึ่งสามารถสร้าง ROI สูงสุดในช่วงตลาดขาขึ้น หรือทำให้ ROI ติดลบอย่างรุนแรงในช่วงขาลง ควรจำไว้เสมอว่าศักยภาพ ROI สูงก็หมายถึงความเสี่ยงสูงเช่นกัน
เมื่อประเมินการลงทุน ควรใช้ ROI เป็นจุดเริ่มต้น แต่ต้องเจาะลึกเข้าไปในเรื่องระยะเวลา ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง และว่าผลตอบแทนคุ้มค่ากับความผันผวนที่คุณรับได้หรือไม่